การปฏิวัติทางเทคโนโลยีในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อหลายอาชีพ รวมถึงบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ รปภ. แต่ยังทำให้บทบาทของพวกเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
"รปภ. ยุคใหม่ = ใช้เทคโนโลยี ทำงานได้อย่างชาญฉลาด"
เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงบทบาทของ รปภ. จากการทำงานเชิงปฏิบัติการแบบเดิม ไปสู่การทำงานที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความชำนาญมากขึ้น ได้แก่:
จากการเฝ้าระวังแบบดั้งเดิม สู่การเฝ้าระวังด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ: รปภ. ในปัจจุบันต้องเรียนรู้การใช้กล้องวงจรปิด AI ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมผิดปกติได้อย่างอัตโนมัติ ระบบ AI และซอฟต์แวร์ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น แต่ รปภ. ยังคงจำเป็นในการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เช่นการเจรจากับบุคคลที่ต้องสงสัย
การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล: รปภ. จำเป็นต้องเข้าใจระบบการเก็บข้อมูล เช่น การบันทึกข้อมูลผู้เข้า-ออก การควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ และการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA
ลดภาระงานซ้ำซ้อน → AI ช่วยวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ รปภ. ไม่ต้องเฝ้าจอทั้งวัน
เพิ่มความปลอดภัย → ระบบอัจฉริยะช่วยให้สามารถตรวจจับสิ่งผิดปกติได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง
บริหารจัดการง่ายขึ้น → แอปพลิเคชันช่วยให้สามารถติดตามการทำงานและส่งรายงานได้แบบเรียลไทม์
ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ → ระบบอัตโนมัติช่วยตรวจสอบข้อมูลแทนการพึ่งพาความจำหรือการตัดสินใจของ รปภ.
การใช้เทคโนโลยีในงานรักษาความปลอดภัยเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาท ได้แก่:
ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI CCTV)
กล้องวงจรปิดในปัจจุบันสามารถตรวจจับใบหน้า พฤติกรรมที่ผิดปกติ และการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยได้โดยอัตโนมัติ
ระบบ AI จะช่วยแจ้งเตือนเหตุการณ์แบบ Real time ผ่านอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน หรือศูนย์ควบคุม
ระบบควบคุมการเข้าถึง (Access Control)
ระบบสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ QR CODE หรือการ์ด RFID ช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ มีความปลอดภัย ควบคุมได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความสะดวกในการควบคุมการเข้าออก
ลดความเสี่ยงจากการใช้งานกุญแจหรือการเข้าถึงแบบดั้งเดิม
โดรนและหุ่นยนต์ลาดตระเวน
โดรนสามารถตรวจสอบพื้นที่กว้างหรือพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
หุ่นยนต์ลาดตระเวนสามารถตรวจจับอุณหภูมิ ควัน หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย
แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มการจัดการ รปภ.
ระบบบันทึกเวลาการทำงานของ รปภ. และการตรวจสอบจุดลาดตระเวน ระบบซอฟต์แวร์ เช่น Secure Checker หรือแพลตฟอร์มบริหารจัดการพนักงาน รปภ. ช่วยให้สามารถติดตามการปฏิบัติงาน รายงานเหตุการณ์ และสื่อสารกับศูนย์ควบคุมได้แบบเรียลไทม์
ซอฟต์แวร์ช่วยในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและออกมาตรการป้องกัน
การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ต้องอาศัยการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ดังนี้:
ความรู้ด้านเทคโนโลยี
รปภ. ต้องสามารถใช้งานระบบต่าง ๆ เช่น กล้องวงจรปิด AI หรืออุปกรณ์ควบคุมการเข้าถึง
เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ
การวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
พัฒนาทักษะในการประเมินสถานการณ์และหาวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบคอบและรวดเร็ว
รู้จักประสานงานกับทีมอื่น ๆ
การปฏิบัติตามกฎหมาย
รปภ. ต้องเข้าใจข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น กฎหมาย PDPA เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิทธิแรงงาน
การพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์
รปภ. ต้องสื่อสารและให้บริการลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
พัฒนาความสามารถในการจัดการข้อร้องเรียนหรือสถานการณ์ที่ตึงเครียด
อาชีพ รปภ. ยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นงานเฝ้าระวังแบบดั้งเดิม กลายเป็นอาชีพที่ต้อง ใช้เครื่องมืออัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ การพัฒนาความพร้อมในด้านนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอีกด้วย